สถิติผู้ชมเว็บไซต์








ศัลยกรรมดูดไขมัน (Liposuction)




           การดูดไขมันเป็นเทคนิคการลดไขมัน ที่สะสมในส่วนต่างๆของร่างกายโดยการใช้ท่อขนาดเล็กสอดเข้าไปในชั้นผิวหนังและดูดไขมันส่วนเกินออก  โดยวิธีนี้แทนที่ จะต้องผ่าตัดเป็ดแผลกว้างเราใช้เพียงรอยเจาะเล็กๆ ซ่อนในตําแหนงที่เหมาะสมก็สามารถลดไขมันได้ตามต้องการ การดูดไขมันมาตรฐานเราใช้เดรื่องมือที่จะดูดไขมันเป็นตัวทําให้ไขมันแตกและดูดออกมาโดยอาศัยระบบสูญญากาศ (negative pressure) ซึ่งก็ได้ผลดี ในปัจจุบันได้มีการคิดค้นเครื่องมือใหม่ที่จะช่วยให?ไขมันแตกตัวก่อนทำให้การดูดง่ายขึ้น ทําให้แพทย์ทำงานได้สะดวกขึ้น


ศัลยกรรมดูดไขมัน (Liposuction)

การดูดไขมันเป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยให้รูปร่างดูดีขึ้น ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินมาก และต้องการจะลดน้ำหนักลงอย่างรวดเร็ว ผู้ที่สมควรจะเข้ารับการดูดไขมันนี้คือ ผู้ที่มีสุขภาพดี รูปร่างปานกลาง ชั้นผิวหนังยังมีความยืดหยุ่น และมีไขมันส่วนเกินสะสมเฉพาะที่ เช่น ที่สะโพก บั้นท้าย ต้นขา ท้องแขน หัวเข่า ใต้คาง และหน้าท้อง เป็นต้น

วิธีการที่ทาง Celeb Clinic เลือกใช้เป็นวิธีที่พิจารณาแล้วว่าคนไข้จะเจ็บปวดน้อยแต่เห็นผลชัดเจนที่สุด หลักการของการดูดไขมันวิธีนี้คือ จะมีการฉีดน้ำเกลือที่มีส่วนผสมของยาชา และยาห้ามเลือดเข้าไปก่อน ซึ่งจะช่วยให้รู้สึกเจ็บปวดน้อยระหว่างการดูดไขมัน ข้อดีอีกข้อหนึ่งของน้ำเกลือที่ฉีดเข้าไปก่อนคือจะช่วยเพิ่มพื้นที่การกระจายตัวของไขมัน ทำให้ลดความน่าจะเป็นของการฉีกขาดของเส้นเลือดที่กระจายอยู่ทั่ว ผลที่ได้จะมีอาการบวมช้ำและเลือดออกน้อยหลังผ่าตัด



 

วิธีการผ่าตัดดูดไขมัน

ศัลยแพทย์จะทำแนวเส้นผ่าตัด ตรงบริเวณที่จะนำไขมันส่วนเกินออก จากนั้นจึงใส่เครื่องมือคล้ายท่อยาวเข้าไปใต้ชั้นผิวหนังโดยให้ปลายท่ออยู่ในชั้นไขมัน เครื่องมือที่ใส่เข้าไปจะดูดไขมันโดยใช้หลักการสุญญากาศ ศัลยแพทย์จะชักท่อสุญญากาศเข้าออกเพื่อช่วยให้ไขมันกระจายตัว ทำให้การดูดง่ายขึ้น ศัลยแพทย์อาจจะต้องทำแนวเส้นผ่าตัดมากกว่า 1 เส้นเพื่อให้การดูดไขมันมีประสิทธิภาพสูงสุด

ผลลัพธ์

คนไข้จะสังเกตเห็นรูปร่างที่ได้สัดส่วนขึ้นอย่างชัดเจนทันทีที่อาการบวมจากการผ่าตัดทุเลาลง

ระยะเวลาการดูดไขมัน

1-2 ชั่วโมง







  การทำรีแพร์กระชับช่องคลอด (Repair)






 

การทำรีแพร์

         เพศสัมพันธ์เป็นเรื่องที่มีความสำคัญเรื่องหนึ่งในการ ครองชีวิตคู่ร่วมกัน ปัญหาเรื่องเพศสัมพันธ์เพียงเล็กน้อย หากไม่ได้รับการแก้ไขที่ดีอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตของ ทั้งคู่ ปัญหามีบ้านเล็กบ้านน้อย รวมไปถึงการหย่าร้างได้ ปัญหาช่องคลอดหย่อนยานหรือช่องคลอดกว้างผิด ปกติ ไม่ว่าเกิดจากสาเหตุของผู้ที่ผ่านการคลอดบุตรหลายๆ คน หรือผ่านการคลอดบุตรโดยหมอตำแย แล้วช่องคลอด เกิดฉีดขาดและไม่ได้รับการเย็บรักษา หรือเกิดจากการมี เพศสัมพันธ์ตั้งแต่เยาว์วัย หรือช่องคลอดผ่านการใช้งาน มาก ซึ่งเมื่อช่องคลอดเกิดความหย่อนยาน หรือกว้างผิด ปกติ จะทำให้คุณและคนรักมีความรู้สึกไม่กระชับ ขณะมี เพศสัมพันธ์ อาจทำให้ไม่มีความสุขได้

 

       รีแพร์ ชื่อนี้ได้ยินทีไร คนส่วนใหญ่มักคิดไปถึงการผ่าตัดทำสาว หรือผ่าตัดช่องคลอดให้กระชับขึ้นเพื่อหวังผลในแง่การมีเพศสัมพันธ์อย่างเดียว นั่นเป็นความเข้าใจที่ถูกเพียงแค่บางส่วนค่ะ เพราะการทำรีแพร์ยังช่วยแก้ไขปัญหาในคนไข้ที่มีปัญหาช่องคลอดหย่อนยานจากภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน ซึ่งมักมีผลพวงติดตามมา เป็นต้นว่า  เจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์, มดลูกเคลื่อนย้อยลงมาในช่องคลอด, ปัสสาวะเล็ด ซึมหรือกลั้นไม่อยู่ระหว่างการทำงาน ออกกำลังกาย หรือแม้แต่ในยามที่ไอหรือจาม ปัญหาประการหลังนี่แหละครับที่คนมักไม่ค่อยทราบกันว่าสามารถแก้ไขได้ด้วยการทำรีแพร์ 

 

          รีแพร์...ผ่าตัดทำสาว  ให้คุณกลับมาฟิตปั๋งอีกครั้ง

 

             การทำรีแพร์กระชับช่องคลอด

 

        เป็นการผ่าตัดกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อที่หย่อนยานในช่องคลอดออกซึ่งจะทำตลอดความยาวทั้งหมดของช่องคลอด พร้อมทั้งตัดผิวหนังบริเวณปากช่องคลอดออกด้วยเพื่อให้ขนาดหรือเส้นผ่านศูนย์กลางของช่องคลอดเล็กลง และกระชับมากขึ้น ผลที่ได้ก็คือการหดรัดและการควบคุมดีกว่าเดิม ทำให้เกิดความรู้สึกในการมีเพศสัมพันธ์ดีขึ้นกว่าเดิม และส่วนใหญ่คุณหมอที่ทำผ่าตัดกระชับช่องคลอดจะทำการผ่าตัดฝีเย็บด้วย เนื่องจากการผ่าตัดทั้งสองอย่างอยู่ในบริเวณเดียวกัน กระชากวัยช่องคลอดให้กลับมาเป็นสาวกันแบบสุด ๆ ไปเลย เดี๋ยวนี้รีแพร์ผ่าตัดทำสาวก็ก้าวหน้าไม่แพ้การผ่าตัดอื่น ๆ มีการนำเลเซอร์มาใช้ในการผ่าตัดจึงลดการสูญเสียเลือดและความบอบช้ำของเนื้อเยื่อลงได้มากค่ะ

 

 

 

หย่อนแค่ไหน...รีแพร์ก็ช่วยได้

 

             แก้ปัญหาช่องคลอดหย่อนยานจากภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน

 

        ทีนี้มาถึงคนไข้อีกกลุ่มที่ถึงไม่อยากทำ (รีแพร์) แต่หมอก็อยากแนะนำให้ทำค่ะ นั่นคือ คุณผู้หญิงที่มีปัญหาช่องคลอดหย่อนยานจากภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน (สาเหตุเกิดจากการคลอดบุตรหรือจากสาเหตุอื่นๆ เช่น การยกของหนัก, คนที่มีภาวะท้องผูกเรื้อรัง, คนที่เป็นโรคปอดทำให้มีการไออยู่เป็นประจำ เป็นต้น) ซึ่งมักจะมีผลพวงติดตามมา เป็นต้นว่า ทำให้เกิดการเจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์, ปัสสาวะเล็ด ซึมหรือกลั้นไม่อยู่ระหว่างการทำงาน  ออกกำลังกาย หรือแม้แต่ในยามที่ไอหรือจาม ฯลฯ กลุ่มนี้ถือว่ามีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ที่ควรทำเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นค่ะ  

 

        สำหรับปัญหาช่องคลอดหย่อนยานจากภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนมีอยู่ด้วยกัน 3 แบบ คุณผู้หญิงบางท่านอาจมีการหย่อนยานของช่องคลอดเป็นถุงด้านหน้าซึ่งจะมีกระเพาะปัสสาวะหย่อนตาม ที่เรียกว่า Cystocele หรือ กระเพาะปัสสาวะหย่อน บางท่านหย่อนเป็นถุงด้านหลังมีลำไส้ใหญ่ส่วนทวารหนักหย่อนตาม เรียกว่า Rectocele หรือ ลำไส้หย่อน และสุดท้ายเป็นแบบเหมาหมดก็คือ มีการหย่อนยานของช่องคลอดทั้งด้านหน้าและด้านหลังพร้อมกันค่ะ

 

       ไม่ว่าจะหย่อนยานแบบไหนก็แก้ไขได้ด้วยการทำรีแพร์ค่ะ จะผ่าด้วยมีดหมอหรือใช้เลเซอร์ก็ว่ากันไป ซึ่งการผ่าตัดจะใช้วิธีการเย็บติดเพื่อรวบเนื้อเยื่อเข้าด้วยกัน วิธีนี้เป็นการผ่าตัดแบบเดิมที่คุณหมอยังคงใช้กันอยู่ทั่วไป และสมัยนี้มีเทคนิคใหม่ในการผ่าตัดโดยการนำเอาแผ่นพยุงตาข่ายพิเศษ (mesh) เข้ามาใช้ร่วมด้วย พบว่าประสบความสำเร็จในการแก้ไขช่องคลอดหย่อนยานได้สูงถึง 95% และหลังทำคนไข้จะไม่มีความรู้สึกว่ามีแผ่นพยุงอยู่ในช่องคลอดเลย จึงไม่ต้องกังวลค่ะ

 

 ขอเริ่มที่ปัญหา Cystocele หรือการหย่อนคล้อยของผนังช่องคลอดส่วนหน้าก่อน  กรณีนี้อาจ เป็นสาเหตุของอาการปวดหน่วงในอุ้งเชิงกราน หรือมีก้อนจุกที่ปากช่องคลอด การแก้ไขกระเพาะปัสสาวะหย่อนหรือการผ่าตัดผนังช่องคลอดด้านหน้าเป็นการผ่าตัดเพื่อให้กระเพาะปัสสาวะเคลื่อนกลับเข้าที่ตามปกติ ทั้งนี้การผ่าตัดแก้ไขแบบดั้งเดิมโดยการเย็บ เป็นวิธีการที่ไม่นิยมในปัจจุบันเนื่องจากมีอัตราความล้มเหลวถึง 25-60% นรีแพทย์และศัลยแพทย์ด้านทางเดินปัสสาวะจึงได้พัฒนาการผ่าตัดรักษา เช่นเดียวกับการเป็นไส้เลื่อน โดยการใช้แผ่นพยุงตาข่ายพิเศษ (mesh) เพื่อแปะหรือฝังในผนังช่องคลอดทำให้การผ่าตัดประสบความสำเร็จมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้องสอบถามภาวะแทรกซ้อนกับแพทย์ก่อนตัดสินใจอีกครั้งนะคะ

 

 สำหรับคนไข้ที่มีผนังด้านหน้าของทวารหนักยื่นเป็นถุงเข้าไปทางช่องคลอด  ที่เรียกว่า Rectocele อาจมีอาการปวดหน่วงในอุ้งเชิงกราน หรือมีก้อนจุกที่ปากช่องคลอด และท้องผูก เนื่องจากผนังที่ยื่นเป็นถุงเข้าไปทางช่องคลอดจะทำให้การถ่ายผิดปกติ การแก้ไขภาวะนี้อาจใช้การผ่าตัดแบบเดิมที่เป็นการเย็บติดเพื่อรวบเนื้อเยื่อที่นูนเข้าด้วยกัน หรือจะใช้การผ่าตัดแก้ไขรูปแบบใหม่ที่มีการนำตาข่ายพิเศษมาใช้ก็ได้ ซึ่งพบว่าประสบความสำเร็จมากขึ้น

 

 ส่วนคนไข้ที่มีการหย่อนยานของช่องคลอดทั้งด้านหน้าและด้านหลังนั้น แพทย์จะแก้ไขด้วยวิธี “รีแพร์กระบังลมหย่อนยาน” บางท่านอาจจะคุ้นหูในชื่อ  A-P Repair (Anterior - Posterior Vaginal Repair) การผ่าตัดนี้ก็เพื่อแก้ไขภาวะอุ้งเชิงกรานที่หย่อนคล้อย เป็นการผ่าตัดทั้งด้านหน้าและด้านหลังของผนังช่องคลอด หรืออีกนัยหนึ่งเป็นการผ่าตัดเอาผนังช่องคลอดทั้งด้านหน้า-ด้านหลังและเนื้อเยื่อส่วนเกินที่ยื่นเข้าไปในช่องคลอดออกไป รวมทั้งตกแต่งกระเพาะปัสสาวะและลำไส้ส่วนปลายที่หย่อนคล้อย วิธีนี้จะทำให้ภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนคล้อยดีขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำให้ช่องคลอดกระชับขึ้นด้วย กรณีภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนรุนแรง (ระดับ 3-4) แพทย์อาจพิจารณาทำรีแพร์กระบังลมหย่อนยานโดยใช้แผ่นพยุงตาข่ายพิเศษ เพื่อให้เนื้อเยื่อและอวัยวะในอุ้งเชิงกรานกลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิมค่ะ

 

 

 

         ทีนี้คงพอเข้าใจแล้วนะคะว่า รีแพร์ไม่ได้ช่วยแค่ในแง่การมีเพศสัมพันธ์อย่างเดียว  คุณผู้หญิงที่มีปัญหาช่องคลอดหย่อนยานจนเกิดผลพวงไม่น่าอภิรมย์ตามมา ก็ไม่ต้องทนแบกปัญหาไว้ ไปปรึกษาสูตินรีแพทย์เถอะค่ะ ไม่ต้องกลัวใครจะคิดว่าอยากมัดใจสามีถ่ายเดียว ถ้าไม่อยากให้ใครรู้ก็ไม่ต้องไปบอกใคร ยกเว้นสามีที่คุณต้องบอกให้รู้ก่อนทำ ป้องกันปัญหาความไม่เข้าใจกันที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง  เนื่องจากต้องมีอาการเจ็บปวดจากการผ่าตัด  ต้องใช้ระยะเวลาพักฟื้น  รวมถึงงดการมีเพศสัมพันธ์ระยะหนึ่ง  จึงควรพูดจาตกลงกันให้เข้าใจตั้งแต่แรก

 

         การทำรีแพร์ควรเป็นช่วงที่ประจำเดือนหมดไม่นาน (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) เพื่อป้องกันแผลอักเสบและการปนเปื้อนของเลือด และควรตรวจมะเร็งปากมดลูกหรือตรวจภายในให้เรียบร้อยก่อนจะทำ เพราะหลังการผ่าตัดจำเป็นต้องงดการตรวจภายในไประยะหนึ่ง เพื่อมิให้แผลจากการผ่าตัดถูกกระทบกระเทือน

 

         ส่วนขั้นตอนการทำรีแพร์  คนไข้จะต้องงดน้ำและอาหารก่อนทำผ่าตัดไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง ถ้าเป็นการผ่าตัดเล็กคือ คนไข้ที่ทำรีแพร์แบบกระชับช่องคลอดเพียงอย่างเดียว  แพทย์จะให้ยานอนหลับ และใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 1 ชั่วโมง  ซึ่งหลังการผ่าตัดหากคนไข้รู้สึกตัวเต็มที่ก็สามารถกลับบ้านได้โดยไม่ต้องนอนพักที่โรงพยาบาล แต่ในรายที่ทำรีแพร์เพื่อแก้ไขช่องคลอดหย่อนยานจากภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน จะมีขั้นตอนรายละเอียดมากขึ้นมาอีกนิดแต่ก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร  นั่นคือ แพทย์จะวางยาสลบหรือใช้ยาชาทางไขสันหลัง  และใช้เวลาผ่าตัดราว ๆ 2 ชั่วโมง  ซึ่งในกรณีหลังนี้  คนไข้จะต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลอย่างน้อย 4 วัน

 

         ภายหลังทำรีแพร์ คนไข้จะต้องงดการมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 45 วัน เพื่อให้แผลหายสนิทเสียก่อน และควรพักผ่อนให้มาก ๆ หลีกเลี่ยงการยกของหนัก หรือเดินมากเพราะอาจทำให้เจ็บแผลหรือแผลเกิดการอักเสบได้ค่ะ

 

         คงจะเห็นแล้วนะคะว่า การทำรีแพร์นั้นไม่ยุ่งยากอะไรเลย  ยิ่งเดี๋ยวนี้มีทั้งเลเซอร์และเทคนิคใหม่ ๆ มาเสริมก็ยิ่งทำให้ผลการรักษาดีขึ้นกว่าเดิมมาก ติดอยู่นิดเดียวที่คนไข้มักจะรู้สึกอายหมอหรือไม่ก็กลัวคนรอบข้างทราบว่าไปทำรีแพร์มา อยากให้มองว่า คุณเป็นคนแบกปัญหาไม่ใช่คนรอบข้าง ก้าวข้ามจุดนั้นมาให้ได้เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของตัวคุณเอง หมอเอาใจช่วยค่ะ